When Inspiration Sparks Art การแบ่งประเภทงานศิลปะมีอะไรบ้าง

การแบ่งประเภทงานศิลปะมีอะไรบ้าง

การแบ่งประเภทงานศิลปะ

หากพูดถึงประเภทของงานศิลปะเชื่อว่าหลายคนคงรู้จักเพียงแค่งานปฏิบัติ งานกิจกรรม สถาปัตยกรรม และรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพิ่มเติม แต่รู้หรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วการแบ่งประเภทของงานศิลปะนั้นมีมากกว่าที่คิด โดยมาตรฐานจะแบ่งได้ 3 ประเภท ได้แก่ ตามจุดมุ่งหมายการสร้าง ลักษณะการสื่อในการแสดงออก การรับสัมผัส แต่จะมีรายละเอียดยังไงเราจะพาไปทำความเข้าใจ

ศิลปะแบ่งตามจุดมุ่งหมายการสร้าง

หลัก ๆ ประกอบไปด้วย

1. วิจิตรศิลป์

เช่น งานประติมากรรม งานจิตรกรรมพาดพิง และสถาปัตยกรรม โดยมีจุดประสงค์ในการสร้างขึ้นเพื่อให้ความรู้สึกทางสุนทรียภาพ ปลุกความเห็นแจ้ง กระตุ้นอารมณ์ และให้ประสบการณ์ใหม่ เช่น ภาพจิตรกรรมฝาผนัง โบสถ์

2. ประยุกต์ศิลป์

สร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์นอกเหนือจากการชื่นชมคุณค่าทางศิลปะโดยตรง เช่น สีสันของผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมภาพที่ใช้ในการตกแต่งอาคาร หรือเครื่องเรือน พูดให้เข้าใจง่าย คือ สร้างขึ้นให้สามารถใช้ประโยชน์ได้พร้อม ๆ กับการชื่นชมความงดงามที่เกิดจากความประณีต เช่น เครื่องปั้นดินเผา ตะกร้าสาน

ศิลปะแบ่งตามลักษณะสื่อในการแสดงออก

สามารถแบ่งย่อยได้เป็น 5 ประเภท ได้แก่

1. ประติมากรรม 

ศิลปะในรูปแบบ 3 มิติจากการใช้ปริมาตรของรูปทรงและวัสดุ เช่น รูปปั้นกินรี รูปปั้นพญานาค

2. สถาปัตยกรรม

ศิลปะในรูปแบบ 3 มิติจากการใช้ปริมาตรของที่ว่างกับรูปทรง โครงสร้างและการใช้วัสดุ เช่น กำแพงเมืองจีน พีระมิด

3. วรรณกรรม 

ศิลปะในรูปแบบของภาษา

4. จิตรกรรม

ศิลปะในรูปแบบของการใช้สี แสงเงา และแผ่นภาพแบนราบ 2 มิติ บางครั้งอาจใช้หลักทัศนียภาพดวงตาให้มองเห็นเป็นภาพ 3 มิติได้

5. ดนตรีและนาฏศิลป์

ศิลปะในรูปแบบของเสียงดนตรีและการเคลื่อนไหวร่างกาย

แบ่งตามการรับสัมผัส

สามารถแบ่งย่อยได้ 3 ประเภท ได้แก่

  • ทัศนศิลป์ ศิลปะรับสัมผัสด้วยการมองเห็นเช่นภาพพิมพ์ประติมากรรมกิจกรรมสถาปัตยกรรม
  • โสตศิลป์ ศิลปะสัมผัสด้วยการฟัง ได้แก่ ดนตรีและวรรณกรรรม โดยสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งได้รับแรงบันดาลใจจากความจริงและจินตนาการ
  • โสตทัศนศิลป์ ศิลปะสัมผัสด้วยการฟังและเห็นพร้อมกัน เช่น นาฏกรรม การแสดงภาพยนตร์ โดยส่วนใหญ่เป็นการผสมผสานการระหว่างทัศนศิลป์ ดนตรี และวรรณกรรม

นอกจากนั้น ยังมีความสอดคล้องกับการออกแบบงานศิลปะโดยมีการแบ่งประเภทใกล้เคียงกัน ได้แก่ ออกแบบเพื่อประโยชน์ใช้สอย ออกแบบเพื่อการติดต่อสื่อสาร ออกแบบเพื่อคุณค่าทางความงามอีกด้วย 

สรุปได้ว่าการแบ่งประเภทงานศิลปะนั้นมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ประเภทหลัก ๆ โดยให้ความสำคัญกับจุดมุ่งหมายการสร้าง เช่น สร้างขึ้นมาเพื่ออะไรหรือได้ประโยชน์ยังไงจากงานศิลปะประเภทนั้น ๆ แบ่งตามสื่อในการแสดงออก โดยมีรูปแบบการแสดงออกหลากหลายตามความต้องการของศิลปินผู้สร้าง หลัก ๆ มีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ งาน 2 มิติและ 3 มิติ และสุดท้ายแบ่งตามการสัมผัสโดยเน้นการสัมผัสด้วยตาและฟังด้วยหูนั่นเอง